ประวัติ โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฮับโลจิสติกส์และพลังงานไฟฟ้าทดแทน ( เพชรบูรณ์ หนองคาย ขอนแก่น ลำพูน และ โคราชโมเดล )
โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฮับโลจิสติกส์และพลังงานไฟฟ้าทดแทน
( เพชรบูรณ์ หนองคาย ขอนแก่น ลำพูน และ โคราชโมเดล )
ที่มาของโครงการ แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย ปี 2566-2568
ภาพรวมแนวโน้มอุตสาหกรรมไทยในระยะ 3 ปีข้างหน้าจะพิจารณาครอบคลุมทั้งปัจจัยด้านความท้าทายและโอกาสที่สะท้อนความน่าสนใจ (Attractiveness) ในการทำธุรกิจของแต่ละอุตสาหกรรม ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหาภาค และปัจจัยภายในเฉพาะด้านของอุตสาหกรรมนั้น
เนื่องจาก บริษัท บิ๊กดีล เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด(นโยบายประชารัฐ ภาคเอกชน) ไทยเพิ่มสุข โดย กระผม ดร.ชยณัฎฐ์ แสงมณี กรรมการผู้จัดการลงนามของบริษัทฯ ได้จัดทำ โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฮับโลจิสติกส์และพลังงานไฟฟ้าทดแทน เพื่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมSME Thailand (NEW MOF อ.ต.ก.นิวส์) ประชารัฐ ภาคเอกชน ) เพื่อระบบอุตสาหกรรม SME และเกษตรกรเพื่องานอาหารผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสและประชาชนคนไทยทุกคนและ เพื่อ การวางแผน อาหาร การสร้างความมั่งคงและการอยู่อาศัยสนับสนุน โดย นโยบาย รัฐบาล กระทรวงอุตสาหกรรม,กระทรวงพานิชฯ กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่นี้ดำเนินโครงการตามวิธีการให้ถูกต้องตาม วัตถุประสงค์ของโครงการ ดังนี้
ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่การแข่งขั้นทางการตลาดด้างการเกษตรที่สูงในภูมิภาค EEC และประชากรไทยได้เข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงและเตรียมพร้อมให้ผู้สูงอายุรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้สูงอายุ ต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน ทั้งในด้าน
1.อาหารของประชากรที่สูงวัย
2.ที่พักอาศัยของประชากรที่สูงวัย
3.สังคมและวัฒนธรรมของผู้สูงวัย
4.รายได้ของประชากรผู้สูงวัย
5.ความมั่งคงของชีวิตประชากรผู้สูงวัย
6.สุขภาพที่ดีของประชากรผู้สูงวัย
อีกจำนวนมาก ความคิด ความเข้าใจและค่านิยม ต่างๆประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในด้านภูมิ ความรู้ ภูมิธรรม ภูมิปัญญา สมควรส่งเสริมให้เป็นทรัพยากรที่เข้มแข็งและมีคุณค่าให้ยาวนานที่สุด โดยนำจุดแข็งนี้ มาสร้างโอกาสในการพัฒนาสังคม กิจกรรมที่เป็นประโยชน์นี้จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีความสุขได้บริหารกาย จิต สังคม เป็นบุคคลที่พัฒนาไปตามกาลสมัยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงพึ่งตนเองได้และสามารถเป็นพลังให้การพึ่งพา แก่ชุมชนและสังคม ซึ่งปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้สูงอายุที่เป็นภูมิปัญญาและมีชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุ ซึ่ง ประกอบด้วยสมาชิกผู้สูงอายุ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีความรู้และมีจิตอาสาพร้อมจะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่ขาดโอกาส ขาดพื้นที่ในสังคม ขาดงบประมาณ และช่องทางในการเผยแพร่ ภูมิ ปัญญา
ดร.ชยณัฎฐ์ แสงมณี ประธานกรรมการ บริษัท บิ๊กดีล เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด เป็นผู้ประกอบกิจการในธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ โดยมีผลงานในการก่อสร้างและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยบริษัทฯ เป็นผู้ประกอบกิจการในจังหวัดนครปฐม และได้เล็งเห็นว่ารัฐบาลกำลังผลักดันและดำเนินโครงการประชารัฐด้านต่างๆเป็นจำนวนมาก บริษัทฯจึงมีความประสงค์ที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเฉพาะด้านโดยเฉพาะการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัย ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และปัจจุบันได้ดำเนินการอยู่นั้น มีผู้ร่วมทุนและมีงบประมาณที่มีจำนวนมากพอที่จะ ขยายกิจการมาทำธุรกิจการตลาดเพื่อสมาชิกสหกรณ์ตลอดจนประชาชนที่สนใจในการค้าขายใน โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฮับโลจิสติกส์และพลังงานไฟฟ้าทดแทน (ประชารัฐ อ.ต.ก. ภาคเอกชน )
นโยบายการบริการและการบริหาร อย่างองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.นิวส์) ประชารัฐ ภาคเอกชน ) บริหารการโครงการและพัฒนาธุรกิจ โดย ดร.ชยณัฎฐ์ แสงมณี ซึ่งมีความประสงค์ที่จะก่อตั้ง โครงการนิคมอุตสาหกรรม ฮับโลจิสติกส์และพลังงานไฟฟ้าทดแทน (อ.ต.ก.นิวส์ ) ประชารัฐ ภาคเอกชน เพื่อสมาชิกของโครงการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของโครงการที่คล้ายกันและเพื่อประชาชนคนไทยทุกคนได้ผลประโยชน์จากโครงการด้วยกันทั้งสิ้น เช่น
-โครงการ สร้างงานสร้างอาชีพให้กับสมาชิก เพื่อความอยู่รอยและมั่นคง ให้กับสมาชิก
-โครงการ ส่งเสริมการเรียนรู้ และรักษาวัฒนธรรมประเพณี ให้กับสมาชิก
-โครงการ จัดหาและประกอบอาหารตลอดจนเครื่องอุประโภคและบริโภค ให้กับสมาชิก
-โครงการ ส่งเสริมเกษตรกรผลินสินค้าปลอดสารพิษ เพื่อสมาชิก โครงการ ผู้สูงอายุ
-โครงการ ขนส่งและบริการจัดหาสินค้าเพื่อสมาชิกโครงการ ผู้สูงอายุ
-โครงการ แพลตฟอร์ม ดิจิตอล และสถาบันการเงิน เพื่อสมาชิกของ โครงการผู้สูงอายุ
-โครงการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั่วไทยเชิงวัฒนธรรม การบริโภค ของสมาชิก
-โครงการ ส่งเสริมการลงทุน จัดทำอุสาหกรรม สินค้าอุประโภคและบริโภค เพื่อผู้สูงวัย
จึงเขียนโครงการนิคมอุตสาหกรรม ฮับโลจิสติกส์และพลังงานไฟฟ้าทดแทน (อ.ต.ก.) ประชารัฐ ภาคเอกชน ) เพื่อลงทุนในกิจการของรัฐ ตาม พ.รบ.ส่งเสริมการลงทุน ปี 2562 และได้ร่วมประชุม ศึกษาหาแนวทางการลงทุนและขอสนับนุการลงทุนในกิจการของภาครัฐ 2567 ต่อ หน่วยงานของรัฐ ผ่าน องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จังหวัด นนทบุรี ผ่านท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัด นนทบุรี เพื่อขอรับการสนับสนุน นโยบายการทำงานและขอรับการสนับสนุนนโยบายโครงการ ในเวลานี้
ปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหาภาค (Macroeconomic environments) โครงการ นิคมอุตสาหกรรม ฮับโลจิสติกส์และพลังงานไฟฟ้าทดแทน ในการจัดทำโครงการ
เศรษฐกิจโลกปี 2566-2568: ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป
• เศรษฐกิจโลกในระยะ 3 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 4% ต่อปี หลังจากที่อัตราการเติบโตอยู่ในระดับสูงในปี 2564 ที่ 5.9% จากมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่และการเปิดเมืองของประเทศชั้นนำของโลก แนวโน้มเศรษฐกิจยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป (ภาพที่ 1) ปัจจัยสนับสนุนมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคเอกชน ทั้งการฟื้นตัวในภาคบริการและการขยายตัวต่อเนื่องในภาคการผลิต อันเป็นผลจากการฉีดวัคซีนที่แพร่หลายมากขึ้น การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด และการทยอยเปิดเมืองในหลายประเทศ รวมถึงมาตรการการเงินการคลังที่ยังเอื้อต่อการเติบโตแม้จะทยอยลดลงจากช่วงวิกฤต อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงและความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ อาทิ การกลายพันธุ์ของ COVID-19 ประสิทธิภาพของวัคซีน และภาวะคอขวดของอุปะทานภาคการผลิตที่อาจยืดเยื้อไปจนถึงปี 2565 นอกจากนี้ การปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติ (Policy normalization) โดยการทยอยขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อลดแรงกดดันเงินเฟ้อ จะส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

ความกลุ้มใจประการหนึ่งของคนแปลก็คือ ไม่สามารถถ่ายทอดทุกอย่างในต้นฉบับได้ครบถ้วนและได้อรรถรสตามเจตนารมณ์ผู้เขียน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นความอ่อนหัดของคนแปลเองด้วยแหละที่ไม่รู้จะใช้คำยังไงให้บรรลุผลทั้งสองอย่าง
มีศัพท์หลายคำในภาษาอังกฤษที่เวลาอ่านเองไม่ได้คิดมาก เพราะไม่ใช่สาระสำคัญในเรื่อง แต่พอมานั่งแปลจริงๆเกิดอาการสะดุดเล็กน้อย และอย่างหนึ่งซึ่งต้องเจอบ่อยๆเวลาแปลนิยายย้อนยุคสมัยท่านลอร์ดท่านดยุคก็คือ รถม้า
ฝรั่งเค้าใช้รถม้ากันเป็นกิจวัตร เลยมีศัพท์รถม้าเป็นกรุ ในขณะที่คนไทยแต่ไหนแต่ไรไม่ใช้รถม้า จะเพราะม้าไทยตัวเล็กก็ดี หรือถนนเราเป็นโคลนเลนง่ายก็ดี เอาเป็นว่าเราไม่มีศัพท์เยอะแยะอย่างฝรั่งก็แล้วกัน
ความที่มันเป็นเรื่องปลีกย่อยสุดๆ ใส่เชิงอรรถเดี๋ยวก็จะกลายเป็นรายงานส่งครูไป แต่พอต้องแปล รถม้าๆๆ อยู่เรื่อยๆก็ชักเริ่มคัน ในที่นี้เลยอยากจะเล่าถึงรถม้าบางประเภทที่มักเจอในนิยายย้อนยุค แต่พอแปลไทยแล้วเหลือแค่ “รถม้า” + คำขยายแบบกว้างๆ
ขอบอกก่อนว่าคนแปลไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหมดนี้เขียนจากความเข้าใจของตัวเอง ถ้าใครเห็นเราเข้าใจอะไรผิดรบกวนช่วงชี้บอกด้วย หรือมีข้อมูลเพิ่มเติมก็ยิ่งดี
Barouche

แปลว่าอะไรดี รถม้าสี่ล้อเก้าอี้คู่สองฝั่งหันหน้าเข้าหากันมีประทุนยกขึ้นลงได้ด้านหลังและมีที่นั่งแยกคนขับต่างหากโดยมักเทียมด้วยม้าสี่ตัว? orz
ใน แผนรักเทพบุตร บทที่ 10 จึงเหลือแค่ "เจนนิเฟอร์กำลังอยู่ในสวนสาธารณะ ในรถม้าเปิดประทุนสี่ที่นั่งเคียงข้างไวส์เคาท์เคอร์ซี โดยมีเคาน์เตสแห่งรัชฟอร์ดและป้าอกาธานั่งตรงข้าม”
Landau

รถม้าน้ำหนักเบามีประทุนสองข้าง ในความคิดของเราพอยกประทุนลงหน้าตาคล้าย Barouche ถ้ายกขึ้นจะคล้าย Coach เป็นรถม้าประเภทที่พวกคุณหญิงคุณนายชอบใช้เวลานั่งรถชมวิวในสวนเพื่ออวดแฟชั่นตัวเอง คนมี Coach มี Barouche ถือว่าเงินหนาแล้ว แต่ Landau ได้หน้ายิ่งกว่า
ในเรื่อง แผนรักเทพบุตร ท้ายบทที่ 10 มี Landau ออกมาเพ่นพ่านบ้าง แต่คนอ่านคงไม่รู้หรอก ^^;
Coach

รถม้าขนาดใหญ่สี่ล้อแบบปิดทึบ เทียมม้าสองหรือสี่ตัว มีประตูหน้าต่างเรียบร้อย ที่นั่งคนขับแยกต่างหาก มีทั้งแบบใช้ขับในเมือง และเดินทางระหว่างเมือง เป็นรถที่อลิสแตร์นั่งไปลอนดอนในบทที่ 1 ของเจ้าสาวปริศนา
เวลาบอกว่า รถม้าประจำตระกูล ก็คือรถ coach ที่มีตราข้างตัวรถ แบบหรูๆก็คงประมาณนี้

Stagecoach

เหมือนรถ Coach แบบส่วนบุคคลแต่ใหญ่กว่า และเทียมด้วยม้าสี่หรือหกตัว ใช้ขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าระหว่างสถานี (Stage) เหมือนรถบัสโดยสารทางไกล ที่นั่งโดยสารมีทั้งแบบในรถ (4-6 คน) กับบนหลังคารถ (มากสุดได้ 8 คน) สเตฟานี ใน เจ้าสาวปริศนาตอนแรกก็เดินทางด้วยรถม้าโดยสารแบบนี้ ก่อนจะถูกขโมยเงินกับตั๋วจนต้องออกมาเดินท่อมๆบนถนน
Mail coach / Post chaise

คล้ายๆกับ Stagecoach แต่ใช้ขนส่งไปรษณียภัณฑ์ บางทีเทียมม้าถึง 6 ตัว วิ่งได้เร็วกว่า Stagecoach เยอะ แต่นั่งไม่สบายเท่า เปรียบไปก็คล้ายๆปิคอัพ สเตฟานี ใน เจ้าสาวปริศนา บทแรก ก็สอดส่ายสายตาหารถแบบนี้อยู่ เพราะอยากขอโดยสารติดไปด้วย
Curricle

รถสปอร์ตในสมัยรีเจนซี่เขาล่ะ เป็นรถม้าสองล้อยกประทุนได้ น้ำหนักเบา ความเร็วสูง เทียมม้าสองตัวที่เข้าคู่กันเปี๊ยบ พวกหนุ่มๆนิยมใช้ขับไปอวดสาวหรือขับแข่งประชันฝีมือบังคับม้า ด้านหลังมักมีที่สำหรับให้ Tiger หรือเด็กดูแลม้ายืนเกาะรถตามไปด้วย ในเรื่องเจ้าสาวของท่านลอร์ด บทที่ 6 ลอร์ดนิโคลสันขับ Curricle พาซาแมนธาไปชมวิวที่ไฮด์ปาร์ก
Phaeton

เป็นรถม้าสี่ล้อคันใหญ่น้ำหนักเบาที่ด้านหน้าเปิดโล่ง (ไม่มีที่กันโคลนกระเซ็นมาโดนชายกางเกงหรือกระโปรง) ที่นั่งโอบเป็นเก้าอี้คล้ายรถเลื่อน การสปริงตัวเป็นเยี่ยม เทียมด้วยม้าหนึ่งหรือสองตัว การพาสาวไปนั่ง Phaeton ถือว่าเริ่ดมาก นี่เป็นรถม้าที่มิสเตอร์แม็กซ์เวลล์พาซาแมนธาไปไฮด์ปาร์กในบทที่ 4 ของ แผนรักเทพบุตร
ความที่ Phaeton น้ำหนักเบาจึงวิ่งได้เร็วจี๋ แต่เนื่องจากที่นั่งบอบบางเหลือเกิน เลยมีโอกาสพลิกคว่ำง่ายด้วย
ดุรุ่นนี้สิ

High-perch Phaeton

รถคันเก่งของ ฟรานซิส ใน วีรสตรีจอมเปิ่น Phaeton ว่าที่นั่งสูงแล้ว High-perch ยิ่งสูงกว่า ที่ฟรานซิสกลัวคอร่าจะคอหักตายก็เพราะคุณเธอเล่นกระโดดลงมาจากรถแบบนี้แหละ
Gig/Chaise/Cabriolet



สำหรับหนุ่มๆที่กระเป๋าเบาลงมาหน่อย ลักษณะคล้ายๆกันทั้งสามแบบ คือเป็นรถม้าสองล้อคันเล็กๆน้ำหนักเบา ไม่มีประตู ส่วนใหญ่เทียมม้าตัวเดียว นั่งได้แค่คนขับกับผู้โดยสารอีกคน มีทั้งแบบยกประทุนขึ้นลงได้และแบบประทุนติดตาย ถือเป็นรถของคนทั่วไป (ที่พอมีเงิน) พบเห็นได้บ่อยที่สุด ขับง่ายที่สุดด้วย
แถม
Hansom cab

มันคือแท็กซี่ดีๆนี่เอง ส่วนใหญ่จะเป็นรถสองล้อเทียมม้าหนึ่งตัว ตัวรถโดยสารได้สองคน และมีที่นั่งคนขับสูงลิบอยู่หลังรถ สมัยรีเจนซี่ยังไม่มี Hansom cab เพิ่งมามีสมัยวิคตอเรีย รถเช่าที่เล็ตตี้จะเรียกหาตอนเฮเลนาจะเป็นลมในเรื่องคริสต์มาสฝันรัก เป็นรถ Coach ไม่ใช่ Hansom cab เจ้านี่จะโผล่มาในชุด The Parasol Protectorate
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
ความกลุ้มใจประการหนึ่งของคนแปลก็คือ ไม่สามารถถ่ายทอดทุกอย่างในต้นฉบับได้ครบถ้วนและได้อรรถรสตามเจตนารมณ์ผู้เขียน ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นความอ่อนหัดของคนแปลเองด้วยแหละที่ไม่รู้จะใช้คำยังไงให้บรรลุผลทั้งสองอย่าง
มีศัพท์หลายคำในภาษาอังกฤษที่เวลาอ่านเองไม่ได้คิดมาก เพราะไม่ใช่สาระสำคัญในเรื่อง แต่พอมานั่งแปลจริงๆเกิดอาการสะดุดเล็กน้อย และอย่างหนึ่งซึ่งต้องเจอบ่อยๆเวลาแปลนิยายย้อนยุคสมัยท่านลอร์ดท่านดยุคก็คือ รถม้า
ฝรั่งเค้าใช้รถม้ากันเป็นกิจวัตร เลยมีศัพท์รถม้าเป็นกรุ ในขณะที่คนไทยแต่ไหนแต่ไรไม่ใช้รถม้า จะเพราะม้าไทยตัวเล็กก็ดี หรือถนนเราเป็นโคลนเลนง่ายก็ดี เอาเป็นว่าเราไม่มีศัพท์เยอะแยะอย่างฝรั่งก็แล้วกัน
ความที่มันเป็นเรื่องปลีกย่อยสุดๆ ใส่เชิงอรรถเดี๋ยวก็จะกลายเป็นรายงานส่งครูไป แต่พอต้องแปล รถม้าๆๆ อยู่เรื่อยๆก็ชักเริ่มคัน ในที่นี้เลยอยากจะเล่าถึงรถม้าบางประเภทที่มักเจอในนิยายย้อนยุค แต่พอแปลไทยแล้วเหลือแค่ “รถม้า” + คำขยายแบบกว้างๆ
ขอบอกก่อนว่าคนแปลไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ทั้งหมดนี้เขียนจากความเข้าใจของตัวเอง ถ้าใครเห็นเราเข้าใจอะไรผิดรบกวนช่วงชี้บอกด้วย หรือมีข้อมูลเพิ่มเติมก็ยิ่งดี
Barouche
แปลว่าอะไรดี รถม้าสี่ล้อเก้าอี้คู่สองฝั่งหันหน้าเข้าหากันมีประทุนยกขึ้นลงได้ด้านหลังและมีที่นั่งแยกคนขับต่างหากโดยมักเทียมด้วยม้าสี่ตัว? orz
ใน แผนรักเทพบุตร บทที่ 10 จึงเหลือแค่ "เจนนิเฟอร์กำลังอยู่ในสวนสาธารณะ ในรถม้าเปิดประทุนสี่ที่นั่งเคียงข้างไวส์เคาท์เคอร์ซี โดยมีเคาน์เตสแห่งรัชฟอร์ดและป้าอกาธานั่งตรงข้าม”
Landau
รถม้าน้ำหนักเบามีประทุนสองข้าง ในความคิดของเราพอยกประทุนลงหน้าตาคล้าย Barouche ถ้ายกขึ้นจะคล้าย Coach เป็นรถม้าประเภทที่พวกคุณหญิงคุณนายชอบใช้เวลานั่งรถชมวิวในสวนเพื่ออวดแฟชั่นตัวเอง คนมี Coach มี Barouche ถือว่าเงินหนาแล้ว แต่ Landau ได้หน้ายิ่งกว่า
ในเรื่อง แผนรักเทพบุตร ท้ายบทที่ 10 มี Landau ออกมาเพ่นพ่านบ้าง แต่คนอ่านคงไม่รู้หรอก ^^;
Coach
รถม้าขนาดใหญ่สี่ล้อแบบปิดทึบ เทียมม้าสองหรือสี่ตัว มีประตูหน้าต่างเรียบร้อย ที่นั่งคนขับแยกต่างหาก มีทั้งแบบใช้ขับในเมือง และเดินทางระหว่างเมือง เป็นรถที่อลิสแตร์นั่งไปลอนดอนในบทที่ 1 ของเจ้าสาวปริศนา
เวลาบอกว่า รถม้าประจำตระกูล ก็คือรถ coach ที่มีตราข้างตัวรถ แบบหรูๆก็คงประมาณนี้
Stagecoach
เหมือนรถ Coach แบบส่วนบุคคลแต่ใหญ่กว่า และเทียมด้วยม้าสี่หรือหกตัว ใช้ขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าระหว่างสถานี (Stage) เหมือนรถบัสโดยสารทางไกล ที่นั่งโดยสารมีทั้งแบบในรถ (4-6 คน) กับบนหลังคารถ (มากสุดได้ 8 คน) สเตฟานี ใน เจ้าสาวปริศนาตอนแรกก็เดินทางด้วยรถม้าโดยสารแบบนี้ ก่อนจะถูกขโมยเงินกับตั๋วจนต้องออกมาเดินท่อมๆบนถนน
Mail coach / Post chaise
คล้ายๆกับ Stagecoach แต่ใช้ขนส่งไปรษณียภัณฑ์ บางทีเทียมม้าถึง 6 ตัว วิ่งได้เร็วกว่า Stagecoach เยอะ แต่นั่งไม่สบายเท่า เปรียบไปก็คล้ายๆปิคอัพ สเตฟานี ใน เจ้าสาวปริศนา บทแรก ก็สอดส่ายสายตาหารถแบบนี้อยู่ เพราะอยากขอโดยสารติดไปด้วย
Curricle
รถสปอร์ตในสมัยรีเจนซี่เขาล่ะ เป็นรถม้าสองล้อยกประทุนได้ น้ำหนักเบา ความเร็วสูง เทียมม้าสองตัวที่เข้าคู่กันเปี๊ยบ พวกหนุ่มๆนิยมใช้ขับไปอวดสาวหรือขับแข่งประชันฝีมือบังคับม้า ด้านหลังมักมีที่สำหรับให้ Tiger หรือเด็กดูแลม้ายืนเกาะรถตามไปด้วย ในเรื่องเจ้าสาวของท่านลอร์ด บทที่ 6 ลอร์ดนิโคลสันขับ Curricle พาซาแมนธาไปชมวิวที่ไฮด์ปาร์ก
Phaeton
เป็นรถม้าสี่ล้อคันใหญ่น้ำหนักเบาที่ด้านหน้าเปิดโล่ง (ไม่มีที่กันโคลนกระเซ็นมาโดนชายกางเกงหรือกระโปรง) ที่นั่งโอบเป็นเก้าอี้คล้ายรถเลื่อน การสปริงตัวเป็นเยี่ยม เทียมด้วยม้าหนึ่งหรือสองตัว การพาสาวไปนั่ง Phaeton ถือว่าเริ่ดมาก นี่เป็นรถม้าที่มิสเตอร์แม็กซ์เวลล์พาซาแมนธาไปไฮด์ปาร์กในบทที่ 4 ของ แผนรักเทพบุตร
ความที่ Phaeton น้ำหนักเบาจึงวิ่งได้เร็วจี๋ แต่เนื่องจากที่นั่งบอบบางเหลือเกิน เลยมีโอกาสพลิกคว่ำง่ายด้วย
ดุรุ่นนี้สิ
High-perch Phaeton
รถคันเก่งของ ฟรานซิส ใน วีรสตรีจอมเปิ่น Phaeton ว่าที่นั่งสูงแล้ว High-perch ยิ่งสูงกว่า ที่ฟรานซิสกลัวคอร่าจะคอหักตายก็เพราะคุณเธอเล่นกระโดดลงมาจากรถแบบนี้แหละ
Gig/Chaise/Cabriolet
สำหรับหนุ่มๆที่กระเป๋าเบาลงมาหน่อย ลักษณะคล้ายๆกันทั้งสามแบบ คือเป็นรถม้าสองล้อคันเล็กๆน้ำหนักเบา ไม่มีประตู ส่วนใหญ่เทียมม้าตัวเดียว นั่งได้แค่คนขับกับผู้โดยสารอีกคน มีทั้งแบบยกประทุนขึ้นลงได้และแบบประทุนติดตาย ถือเป็นรถของคนทั่วไป (ที่พอมีเงิน) พบเห็นได้บ่อยที่สุด ขับง่ายที่สุดด้วย
แถม
Hansom cab
มันคือแท็กซี่ดีๆนี่เอง ส่วนใหญ่จะเป็นรถสองล้อเทียมม้าหนึ่งตัว ตัวรถโดยสารได้สองคน และมีที่นั่งคนขับสูงลิบอยู่หลังรถ สมัยรีเจนซี่ยังไม่มี Hansom cab เพิ่งมามีสมัยวิคตอเรีย รถเช่าที่เล็ตตี้จะเรียกหาตอนเฮเลนาจะเป็นลมในเรื่องคริสต์มาสฝันรัก เป็นรถ Coach ไม่ใช่ Hansom cab เจ้านี่จะโผล่มาในชุด The Parasol Protectorate
ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก














ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น