พระองค์หญิงทรงมุ่งมั่น 'ถึงเวลาเริ่มล่าแชมป์กีฬาขี่ม้า'

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 22 ฉบับที่ 7837 ข่าวสดรายวัน


พระองค์หญิงทรงมุ่งมั่น 'ถึงเวลาเริ่มล่าแชมป์กีฬาขี่ม้า'


ชัยรัตน์ ศิริวุฒิ - เรื่อง เพลิน คงเค็ด - ภาพ

กีฬาขี่ม้าแตกต่างจากแบดมินตันมาก เพราะแบดมินตันต้องใช้ทักษะต่างๆ ต่อสู้กับคู่แข่ง ขณะที่ขี่ม้ามีศัตรูคนเดียวคือตัวเรา



นอกจากความสนพระทัยด้านการออกแบบแฟชั่นแล้ว พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ >/b?ทรงเป็นนักกีฬาที่ฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง และยังทรงเป็นขวัญกำลังใจของทัพนักกีฬาไทยในทุกๆ การแข่งขัน



พระองค์หญิงทรงร่วมทีมแบดมินตันหญิง ชนะเลิศเหรียญทอง ประเภททีม จากการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 23 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ จากนั้นเสด็จไปให้กำลังใจนักกีฬาไทยในการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย



ในระหว่างนั้น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ประทานสัมภาษณ์เรื่องของความสนพระทัยในกีฬาขี่ม้า ซึ่งเคยทรงในสมัยยังทรงพระเยาว์ และจากนั้นก็ทรงแสดงพระปรีชาสามารถอีกครั้งในกีฬาขี่ม้า โดยใช้ระยะเวลาเตรียมพระวรกายและทรงม้าได้เพียง 3 เดือนเศษ



เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงชนะเลิศการทรงม้า ประเภทเดรสซาจ หรือศิลปะการบังคับม้า รุ่นจูเนียร์ ฟรีสไตล์ โอเพ่น (โนวิซ) และทรงได้อันดับ 2 ในรายการจัมปิ้งหรือกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ประเภททีม ความสูง 90 เซนติเมตร จากการแข่งขันขี่ม้ารายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยปี 2555 'ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ คิงส์คัพ 2012' ที่ไทยโปโล แอนด์ อีเควสเทรียน คลับ พัทยา ที่อ.บางละมุง จ.ชลบุรี



ในครั้งนี้ ประทานสัมภาษณ์ถึงชัยชนะแรกในการแข่งขันกีฬาขี่ม้าจากรายการแรก



'รู้สึกดีใจมากที่ชนะเลิศรายการนี้ ก่อนการแข่งขันเตรียมร่างกายมาก เพราะเป็นการกลับมาขี่ม้าอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาเล่นกีฬาแบดมินตันมาตลอด กีฬาขี่ม้าแตกต่างจากแบดมินตันมาก เพราะแบดมินตันต้องใช้ทักษะต่างๆ ต่อสู้กับคู่แข่ง ขณะที่ขี่ม้ามีศัตรูคนเดียวคือตัวเรา ต้องควบคุมอารมณ์ และบังคับม้าให้ได้อย่างดีที่สุด และเมื่อชนะเลิศรายการนี้ได้ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะเริ่มล่าแชมป์ในกีฬาขี่ม้า' พระองค์หญิงตรัส



จากคำบอกเล่าของผู้ถวายงาน พระองค์หญิงทรงฝึกซ้อมอย่างหนัก และหนักยิ่งกว่านักกีฬารุ่นราวคราวเดียวกัน โดยมีผู้ฝึกสอนฝีมือดีมาช่วยถวายงานอย่างใกล้ชิด



นอกจากนี้ ยังทรงร่วมดูแลม้าด้วยพระองค์เอง เพื่อจะได้มีความสนิทและคุ้นเคยกันสำหรับการแข่งขัน



ทรงตั้งชื่อม้า 'คาเนโอล' ซึ่งใช้ทรงแข่งขันศิลปะบังคับม้าว่า 'น้องอ้วน' และทรงตั้งชื่อม้า 'ธันย่า' สำหรับแข่งขันกระโดดข้ามเครื่องกีดขวางว่า 'น้องมิ้ง'



พันเอก (พิเศษ) หญิง รัตน์ใจ ยืนยาว ผู้ดูแลด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เล่าว่า พระองค์หญิงพักการทรงแบดมินตันได้ระยะหนึ่งเพื่อมุ่งสมาธิกับกีฬาขี่ม้า ซึ่งคณะถวายงานทรงม้าของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ต่างทำงานร่วมกันในหลายๆ ส่วน



ในส่วนของตน ปรึกษา ศ.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อหาข้อมูลสำหรับการเสริมสร้างร่างกายส่วนใดบ้าง พบว่ากีฬาขี่ม้าจะต้องใช้ร่างกายทุกๆ ส่วน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อแผ่นหลังด้านล่าง ที่จะต้องแข็งแรงเพราะการทรงม้าแผ่นหลังต้องตรง และต่อสู้กับแรงต่างๆ แต่พระองค์หญิงมีวินัยในการฝึกซ้อมร่างกายอย่างสม่ำเสมอ 1 สัปดาห์จะเข้าเวต เทรนนิ่ง อย่างน้อย 3-4 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมงเศษ ซึ่งก่อนหน้านั้นพระองค์จะทรงวิ่งก่อน 30-60 นาที

มุมล่างขวา-กองเชียร์




ส่วนการแข่งขันนั้น พระองค์ทรงวางแผนไว้ทีละขั้น โดยขั้นแรกคือการพัฒนาตัวพระองค์เอง สำหรับการเตรียมคัดตัวสำหรับซีเกมส์ก่อน จากนั้นถึงพัฒนาไปในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ หรือโอลิมปิกเกมส์



พ.อ.เฟื่องวิชชุ์ อนิรุธเทวา เลขาธิการสมาคมขี่ม้า กล่าวว่า พระองค์หญิงทรงม้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ก่อนจะทรงแบดมินตัน การที่พระองค์ท่านกลับมาแข่งขันขี่ม้าอีกครั้งถือว่าเป็นการรื้อฟื้นเท่านั้นเอง พระองค์มีพัฒนาการที่รวดเร็วมาก เพราะมีพื้นฐานที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งประเภทกระโดดข้ามเครื่องกีดขวาง ซึ่งขยับจากความสูง 70 เซนติเมตร มาเป็น 95 เซนติเมตร และทำได้ดี ขณะที่ศิลปะการบังคับม้าทรงทำได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งพระองค์มีพระประสงค์ชัดเจนที่จะทรงม้าเพื่อความเป็นเลิศ และเวลานี้อยู่ระหว่างเริ่มต้นเก็บประสบการณ์ต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันในระดับนานาชาติต่อไป



ขณะที่ พ.ท.วิทัย ลายถมยา ผู้ฝึกสอนกีฬาขี่ม้าหลัก เล่าว่า พระองค์หญิงทรงกีฬาทรงม้าตั้งแต่ชันษา 9 ขวบ เพียงแต่ระหว่างนั้นเว้นช่วงไป เนื่องจากทรงแบดมินตัน และทรงไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ซึ่งในการเรียนด้านแฟชั่นที่ต่างประเทศ มีกิจกรรมของพระสหายหลายคนเล่นกีฬาขี่ม้า ทำให้พระองค์หันกลับมา สนพระทัยอีกครั้ง



แรกเริ่มที่พระองค์หญิงทรงม้า รับสั่งว่าจะเอาจริง ก็ตั้งคณะถวายงานขึ้นมาและให้จัดโปรแกรมฝึกซ้อมมาถวายทันที ซึ่งแม้โปรแกรมฝึกซ้อมดูเหมือนจะหนักเกินไปด้วยซ้ำ แต่พระองค์ทรงมีวินัยในการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก



'พระองค์หญิงทรงม้าสัปดาห์ละ 6 วัน ครั้งละ 2 ชั่วโมงครึ่ง ที่มณฑลทหารบกที่ 22 อย่างต่อเนื่อง และทรงพัฒนาศักยภาพของพระองค์ได้อย่างเหลือเชื่อทีเดียว' พ.ท.วิทัยกล่าว



สำหรับ ครูสุวัชร์ บุญลือ ผู้ฝึกสอนศิลปะบังคับม้า จากโกลเด้นฮอร์ส ไรดิ้ง คลับ และอดีตนักกีฬาทีมชาติซึ่งมีประสบการณ์ในการฝึกสอนกว่า 20 ปี กล่าวว่า เดิมพระองค์หญิงชอบการแข่งขันในประเภทจัมปิ้ง แต่ก็มีความเข้าพระทัยในส่วนของพื้นฐานของกีฬาขี่ม้า คือจะต้องมีพื้นฐานการบังคับม้าก่อน เพราะม้าจะกระโดดอย่างเดียวทุกวันไม่ได้ ทรงฝึกซ้อมในวันแรกมีการปรับท่าทางในการทรงม้า เพื่อบังคับม้าให้ม้าใช้กล้ามเนื้อต่างๆ ด้วย



ช่วงเวลาเดือนเศษ พระองค์มีพัฒนาการที่เหลือเชื่อมาก เนื่องจากมีพื้นฐานการเล่นกีฬาเป็นทุนเดิม ประกอบกับมีความมุ่งมั่น และวินัยในการฝึกซ้อมเหนือกว่านักกีฬาขี่ม้าที่ตนเคยฝึกซ้อมมา ซึ่งโอกาสที่จะไปแข่งขันในซีเกมส์ ถือว่าเป็นไปได้มากทีเดียว



ด้าน นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย กล่าวว่า พระองค์หญิงทรงมีรับสั่งเสมอว่าต้องการจะเป็นตัวแทนทีมชาติเข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งเวลานี้พระองค์ทรงทุ่มเทกับกีฬาขี่ม้าเป็นหลัก



'เชื่อว่าพระองค์จะทำให้กีฬาขี่ม้าเป็นที่นิยมด้วยพระปรีชาสามารถอย่างแน่นอน'


หน้า 21

ความคิดเห็น